Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

greenbar_998x20

หน้าหลัก ประเด็นเด่นสุดฮอท เมืองหนังสือโลก ในอุดมคติ

greenbar_998x20

เมืองหนังสือโลก ในอุดมคติ

chamai1-250
เมืองหนังสือโลกในอุดมคติ
ชมัยภร แสงกระจ่าง
แสดงปาฐกถาในการสัมมนาเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน
กลุ่มนักเขียน นักแปล นักวาดภาพประกอบ ในโครงการกรุงเทพมหานคร เมืองหนังสือโลก
วันพฤหัสบดีที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๔ ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กทม.

อ่าน
โดย ชมัยภร แสงกระจ่าง
อ่านคือเปิดหัวใจไปสู่โลก

ไปสู่ทุกข์สุขโศกเจ้าปัญหา
ไปสู่ความร้อนเย็นเห็นเต็มตา    

ไปสู่เหล่าบรรดามวลชีวิต
เหมือนกะลาเปิดหงายออกใส่ของ      

เหมือนแสงทองสาดใส่นัยน์ตาปิด
เหมือนเทจากที่เคยอยู่รูน้อยนิด    

เหมือนเป็นเยี่ยงผู้พิชิตหิมาลัย
ที่ไม่รู้ก็ทันใดได้เรียนรู้        

ที่ไม่สู้ก็พลันต้านทานได้
ที่ไม่เห็นก็เปิดเห็นไม่เร้นใน    

ที่เคยเฉยชาใจก็ตื่นพลัน
ได้โอบโลกโอบชีวิตสนิทแนบ    

ได้เปิดโลกคับแคบให้หฤหรรษ์
ได้ซาบซึ้งตรึงซ่านผ่านชีวัน    

ได้เรียนรู้มหัศจรรย์ผ่านตัวเรา
โดยสองมือที่โอบป้องประคองอ่าน    

โดยสองตาที่แลผ่านเพื่ออ่านเข้า
โดยหนึ่งใจที่รับรสกำหนดเร้า    

โดยหนึ่งสมองที่รับเอาเต็มอัตรา
จึงเป็นคนเต็มในที่ได้อ่าน        

จึงเป็นคนพร้อมหว่านเมล็ดกล้า
จึงเป็นคนทนได้เสมอมา        

เพราะหนังสือจึงรู้ค่าคำว่า “คน”
อ่านคือเปิดหัวใจไปสู่โลก    

อ่านเพื่อดับทุกข์โศกอันสับสน
อ่านเพื่อช่วยคนอื่นให้ยืนตน    

อ่านเพื่อค้นอ่านเพื่อคิดอุทิศใจ

บทกวีชิ้นนี้ข้าพเจ้าแต่งขึ้นและอ่านในงานการวันสัมมนานักอ่าน ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ก่อนที่รัฐบาลจะประกาศให้เป็นวาระการอ่านแห่งชาติประมาณ ๑ ปี และก่อนที่กรุงเทพมหานครจะได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหนังสือโลกเกือบ ๓ ปี เป็นบทกวีที่ปรารถนาจะประมวลเอาความรู้สึกของนักอ่านเข้ามาไว้ในถ้อยคำที่มีจำนวนไม่มากนัก โดยมุ่งชี้ให้เห็นคุณค่าของการอ่านที่เปรียบเทียบมาจากตัวข้าพเจ้าเอง
ข้าพเจ้าเกิดและเติบโตที่จังหวัดจันทบุรี เป็นเด็กในสวนยางและสวนผลไม้ เมื่อเยาว์วัยไม่มีโทรทัศน์ดู มีแต่วิทยุฟัง ดังนั้นหนังสือจึงเป็นโลกแห่งความมหัศจรรย์ที่ไม่อาจพรรณนาได้ แม้แต่การเข้าเรียนในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เป็นแรงบันดาลใจมาจากหนังสือนวนิยายเล่มหนึ่งของศุภร บุนนาค ที่ชื่อ รถเมล์สายพระพุทธบาท ด้วยเหตุที่นางเอกเรื่องนั้นผอมบาง มียาย และเรียนจบอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ข้าพเจ้าก็เลยจินตนาการเอาง่าย ๆว่า ข้าพเจ้าก็ผอมบาง (น้ำหนักน้อยมาก เพราะเกิด ๗ เดือน) และมียาย ก็มีคุณสมบัติใกล้เคียงนางเอกไปสองข้อแล้ว เหลืออีกข้อเดียวคือเรียนอักษรศาสตร์ ข้าพเจ้าจึงมาสอบเข้าเรียนคณะอักษรศาสตร์เพราะหนังสือนวนิยาย !
การอ่านจึงนำข้าพเจ้าจากเมืองเล็ก ๆ สู่เมืองใหญ่ ๆ และพาข้าพเจ้าจากโลกหนังสือท้องถิ่นสู่โลกหนังสือส่วนกลาง และมายืนตะลึงงันอยู่กับความใหญ่โตมโหฬารของห้องสมุดในเมืองหลวง ตกตื่นใจอยู่กับย่านร้านหนังสือแถววังบูรพาและท้องสนามหลวง ก่อนจะตัวสั่นงันงกอยู่กับการได้พบนักเขียนที่เคยอ่านแต่ตัวหนังสือ ได้ยินเสียง และได้สบตา ทำเอาชีวิตแทบหาทางไปไม่ถูก และเมื่อหาทางที่ถูกนั้นเจอ ข้าพเจ้าก็ได้เลือกเดินบนถนนนักเขียน
ข้าพเจ้าเขียนหนังสือและค้นพบต่อไปอีกว่า การอ่านนั้นไม่มีที่สิ้นสุด จากการอ่านหนังสือหมดทุกเล่มในบ้าน หมดทุกเล่มในห้องสมุด และอยากจะอ่านให้หมดบนแผงหนังสือ บัดนี้ ข้าพเจ้าพบว่า ข้าพเจ้าไม่สามารถอ่านหนังสือให้หมดทุกเล่มในบ้าน ไม่สามารถอ่านหนังสือให้หมดทุกเล่มในห้องสมุด และในทุกห้องสมุด และไม่สามารถจะอ่านหนังสือให้หมดทุกแผงในร้านหนังสือได้
โลกหนังสือได้ขยายใหญ่เกินกว่าที่ข้าพเจ้าคาดคิด ไม่ได้มีหนังสืออยู่แค่ในตู้ของเรา ในบ้านของเรา ในห้องสมุดของเรา ในโรงเรียนของเรา ในเมืองของเรา และในประเทศของเรา หากมีหนังสืออยู่ในตู้ของคนอื่น ในบ้านของคนอื่น ในห้องสมุดของคนอื่น ในโรงเรียนของคนอื่น ในเมืองของคนอื่น และในประเทศของคนอื่น
มีหนังสืออีกเป็นจำนวนมากที่เขียนเป็นภาษาไทยและข้าพเจ้ายังไม่ได้อ่าน และอยากให้คนอื่นได้อ่าน เช่นเดียวกันมีหนังสือเป็นจำนวนมากที่เขียนเป็นภาษาอื่น และข้าพเจ้าก็อยากอ่าน และอยากให้คนอื่นอ่านอีกด้วย

ข้าพเจ้าปรารถนาเหลือเกินที่จะเห็นบรรยากาศของหนังสือปรากฏอยู่ในทุกพื้นที่ของเมืองทุกเมือง อยากเห็นเด็กนักเรียนถือหนังสือคนละเล่มแทนการถือมือถือ อยากเห็นพ่อแม่ลูกอ่านหนังสือเล่มเดียวกันและนั่งสนทนากันแทนการดูละครน้ำเน่าทางโทรทัศน์ อยากเห็นคุณครูแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเรื่องหนังสือเล่มที่ได้อ่านมาเมื่อคืน แทนการพูดคุยกันเรื่องเปียแชร์ หรือการขายสินค้า อยากเห็นคุณพยาบาลกับคนไข้คุยกันเรื่องหนังสือ อยากเห็นคนไข้รอหมอโดยมีหนังสืออ่าน อยากเห็นผู้คนที่เดินไปมาบนท้องถนนถือหนังสือราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ อยากเห็นคนขับรถเมล์คุยกับกระเป๋ารถเมล์เรื่องหนังสือที่ได้อ่าน อยากเห็นคนขับแท็กซี่พูดคุยกับคนโดยสารว่าด้วยหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง อยากเห็นผู้บังคับบัญชาสนทนากับผู้ใต้บังคับบัญชาว่าด้วยเรื่องหนังสือ อยากเห็นคนทำงานพูดคุยกันเรื่องหนังสือ และเหนืออื่นใด ข้าพเจ้าอยากเห็นนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองพูดถึงแรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือและความหมายของหนังสือต่อชีวิต แต่นั่นหมายความว่า เขาจะต้องไม่โกหกเรา เขาต้องอ่านจริง
ข้าพเจ้าอยากเห็นเมืองทั้งเมืองมีแผ่นภาพ คำขวัญ ตัววิ่ง ป้ายโฆษณา แล้วล้วนไปด้วยเรื่องของหนังสือ ในโรงเรียนและในห้องสมุดมีกิจกรรมการเขียนการอ่าน ในบ้านมีการพูดคุย และในรถไฟฟ้า ในรถประจำทางมีหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ข้าพเจ้าอยากเห็นชีวิตของคนส่วนใหญ่ผูกพันอยู่กับหนังสือ อยากเห็นคนฟังหนังสือ เห็นหนังสือ และอ่านหนังสือ อยากเห็นหนังสือเป็นครู อยากเห็นหนังสือเป็นพี่ เพื่อน น้อง ของทุกคน อยากเห็นหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ติดอยู่กับตัว ผูกอยู่กับหัวใจ
ข้าพเจ้าฝันมากเกินไปหรือเปล่า ข้าพเจ้าจินตนาการไปเองหรือ หรือว่าฝันของข้าพเจ้ากำลังจะเป็นจริง จินตนาการของข้าพเจ้ากำลังได้รับการปฏิบัติ
กรุงเทพมหานครของข้าพเจ้าและทุกคนกำลังจะเป็นมหานครแห่งการอ่าน เช่นเดียวกับที่เมืองอื่นในประเทศนี้ก็กำลังจะเป็น
พระสยามเทวาธิราช โปรดช่วยให้ฝันของข้าพเจ้าเป็นจริงด้วยเถิด

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bangkokreadforlife.com/index.php/articles/8-articles/223-2011-09-25-17-07-23

ระบบค้นหาข้อมูล

เมนูลัด


ผู้ให้การสนับสนุน
kulogo   01_MICT  02_EDU  03_UNESCO  04_SSS  05_SSY  06_ThaiPBS  07_STOU  08_CCDKM