Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

greenbar_998x20

หน้าหลัก สะท้อนสื่อ สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์กับการเร้าความสนใจของผู้อ่าน

greenbar_998x20

หนังสือพิมพ์กับการเร้าความสนใจของผู้อ่าน

234

สื่อมวลชนเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้ชีวิตของบุคคลในปัจจุบัน สื่อมวลชนมีอิทธิพลต่อปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และสังคมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนักวิชาการพยายามศึกษาอิทธิพลของสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามข้อสรุปเกี่ยวกับอิทธิพล ยังมีความแตกต่างและกระจัดกระจายอยู่มาก เริ่มตั้งแต่ทฤษฏีอิทธิพลสูงสุด (maximal effect) ที่เชื่อว่าสื่อมวลชนมีอิทธิพลอย่างยิ่ง โดยที่ผู้รับสารไม่สามารถต่อต้านได้ แต่ต้องกระทำตามความต้องการของสื่อมวลชนในลักษณะที่เป็นเป้านิ่ง (passive audience) ทฤษฎีนี้สอดคล้องกับแนวคิดเชิงพฤติกรรมทางจิตวิทยาคือ สิ่งเร้าทำให้เกิดการตอบสนอง (stimulus reponse หรือ S-R paradigm)ต่อมาการศึกษาเกี่ยวกับอิทธิพลของสื่อมวลชนได้เปลี่ยนแนวคิดไปในทางตรงข้ามจากทฤษฎีอิทธิพลสูงสุดเป็นทฤษฏีอิทธิพลต่ำสุด (minimal effect) โจเซฟ แคลปเปอร์ (Joseph Klapper. 1960) นักวิชาการสำคัญในกลุ่มความเชื่อนี้ กล่าวว่าสื่อมวลชนเป็นเพียงตัวเสริมในการพัฒนาทัศนคติ ความคิด และความเชื่อของบุคคลในสังคม โดยมีสถาบันทางสังคม เช่น ครอบครัว สถานศึกษา วัด ฯลฯ เป็นกลไกหลักในการพัฒนา นอกจากนี้ผู้รับสารสามารถเลือกเปิดรับสาร (selective exposure) เลือกรับรู้ (selective perception) และเลือกจำ (selective retention) เฉพาะข่าวสารและข้อมูลที่สอดคล้องกับทัศนคติ ความคิด และความเชื่อของตน ผู้รับสารในลักษณะนี้จะไม่เป็นเป้านิ่ง (active audience) ของสื่อมวลชน ทฤษฏีสำคัญในกลุ่มความคิดนี้ ได้แก่ ทฤษฎีการใช้สื่อและความพึงพอใจ (Uses and gratification)นอกจากแนวคิดหลักดังกล่าวแล้วยังมีทฤษฎีสำคัญอีกหลายทฤษฎีที่ใช้อธิบายอิทธิพลของสื่อมวลชน ทฤษฎีเหล่านี้แตกต่างกันในเรื่องของปัจจัยที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับอิทธิพล เช่น ทฤษฏีสื่อร้อน-สื่อเย็นของ แม็คลูฮัน (McLuhan, 1964) ที่เชื่อว่าสื่อมีอิทธิพลมากกว่าสาร และทฤษฎีการพึ่งพา (Dependency theory) ของเดอเฟลอร์และบอล-โรคีช (DeFleur และ Ball-Rokeach, 1982) ที่เชื่อว่าระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมือง มีส่วนในการกำหนดอิทธิพลของสื่อมวลชน ดังนั้นจะเห็นได้ว่า แม้การศึกษาเกี่ยวกับอิทธิพลของสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีต่างๆ มีมากมาย แต่ผลการวิจัยยังมีลักษณะที่ไม่สอดคล้องกันด้วยเหตุผลสำคัญ คือ ความแตกต่างในเรื่องของทฤษฏีที่ใช้ในการวิจัย และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา เช่น เด็ก วัยรุ่น คนชรา และบุคคลในกลุ่มอาชีพต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น ความจำเป็นในการศึกษาอิทธิพลของสื่อมวลชน จึงยังคงมีอยู่เพราะผลการศึกษาวิจัยตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอต่อความเข้าใจในอิทธิพลของสื่อมวลชนอย่างแท้จริง

                 สื่อมวลชนไม่เพียงแต่มีหน้าที่ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังช่วยชี้แนะว่าข่าวสารเรื่องใดมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด หรืออีกนัยหนึ่ง สื่อมวลชนไม่เพียงชี้แนะผู้รับสารว่าควรคิดถึงเรื่องใด แต่ชี้แนะด้วยว่าควรคิดอย่างไรกับเรื่องราวนั้นๆ กล่าวคือ สื่อมวลชนในลักษณะนี้มีบทบาทในการตั้งวาระ (Agenda setting) หรือจัดอันดับความสำคัญของเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้นในสังคม จากการศึกษาในอดีต (McCombs & Shaw 1972 และ McCombs. 1976) พบว่าสื่อต่างกันมีอิทธิพลในการตั้งวาระต่างกันในประเทศไทย การศึกษาเกี่ยวกับสื่อมวลชนที่ผ่านมาในอดีตมีหลายลักษณะ เช่น อิทธิพลของสื่อมวลชน นโยบายสื่อมวลชน สื่อมวลชนกับการพัฒนา และบทบาทของสื่อมวลชนในการรณรงค์ต่างๆ ในการศึกษาเกี่ยวกับสื่อมวลชนนั้น ลักษณะชีวิตความเป็นอยู่ทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในประเทศไทยที่กำลังรุดหน้าไป มีส่วนทำให้สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญและมีส่วนเกี่ยวข้องกับลักษณะดังกล่าวมากขึ้น การศึกษาอิทธิพลของสื่อมวลชนในสังคมไทย จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้เกิดความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นในสังคมไทยที่กำลังผันแปรด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีจำนวนมาก และมีความสำคัญต่อคนไทย สื่อมวลชนซึ่งเป็นเสมือนกระจกสะท้อนสภาพสังคม สามารถทำหน้าที่ชี้แนะด้วยการคัดเลือก ข่าวเพื่อเสนอต่อผู้รับสาร ตามลักษณะการนำเสนอของสื่อมวลชนแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร ข่าวสารที่นำเสนอผ่านสื่อประเภทที่แตกต่างกันนี้ย่อมมีอิทธิพลต่อผู้รับสารในการกระตุ้นความสนใจในเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมในระดับต่างกัน ความแตกต่างในระดับใดนั้น ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับธรรมชาติของสื่อชนิดนั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยในเรื่องคุณภาพข่าวสาร

ระบบค้นหาข้อมูล

เมนูลัด


ผู้ให้การสนับสนุน
kulogo   01_MICT  02_EDU  03_UNESCO  04_SSS  05_SSY  06_ThaiPBS  07_STOU  08_CCDKM