Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

greenbar_998x20

หน้าหลัก สะท้อนสื่อ สื่อกระจายเสียง โทรทัศน์ ข่าว สื่อมวลชนกับการนำเสนอข่าว

greenbar_998x20

สื่อมวลชนกับการนำเสนอข่าว

____oknation.net

สืบเนื่องมาจากการวิเคราะห์ครั้งที่ 3 เรื่องสือมวลชนจะเห็นได้ว่า ถ้าหากไม่มีสื่อมวลชน ก็จะมีผลกระทบ คือ

ด้านการเมือง
ถ้าไม่มีสือมลชนประชาชนหรือ กลุ่มรากหญ้า ก็จะไม่สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารของสังคมอื่นได้ไม่สามารถติดต่อกับบุคคลภายนอกได้ และประชาชนทั่วไปก็ไม่สามารถรับรู้ถึงการทำงาน หรือการบริหารงานของรัฐบาลอย่างแท้จริง แต่ถ้ามีสือมลชนจะทำให้ประชาชนโดยทั่วไปจะได้รับรู้ถึงการบริหารงานของภาครัฐว่ามีความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การมีส่วนร่วม สิทธิและเสรีภาพ ความชอบธรรม หรือที่เรียกว่าหลักธรรมมาภิบาล และทราบถึงความเคลื่อนไหวของการบริหารงานของรัฐบาลภายในประเทศได้ 

สื่อ กับ ความเป็นกลาง 
ความเป็นกลางของสื่อนั้น ถ้าใช้หลักยึดว่า หนึ่ง สิ่งที่นำเสนอ ไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อส่วนรวม สอง สิ่งที่นำเสนอ เป็นเรื่องที่จริงเสนออย่างครบถ้วน แต่ความเป็นกลางของสื่อ ไม่สามารถบอกวิธีปฏิบัติที่เหมือนกันหมดได้ เพราะต่างสื่อ ต่างหน้าที่ ย่อมมีวิธีการปฏิบัติที่ต่างกันออกไป หากคิดว่าหลักการสองข้อนั้นพอจะยอมรับได้

 

สื่อที่เสนอข่าวประจำวัน หรือเหตุการณ์ประจำวัน 
           สื่อ/นักข่าว ย่อมต้องหาข่าว หาข้อมูล ที่เป็นจริงมากที่สุด นำเสนออย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีความคิดเห็นของตนเอง คำสัมภาษณ์ ข้อมูลการวิเคราะห์ของผุ้เชี่ยวชาญ เป็นการหาข้อมูล เพิ่มเติมของสื่อ ซึ่งต้องครอบคลุมและรอบด้าน ดังนี้ เป้าหมายของข้อสอง จึงบรรลุด้วยเหตุนี้ ในขณะที่ข้อหนึ่ง สื่อย่อมต้องพิจารณาว่า ข่าวนั้นเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร ควรนำเสนอหรือไม่อย่างไร เป้าหมายที่หนึ่ง ก็จึงบรรลุด้วยเหตุนี้ สื่อที่เสนอข่าวประจำวัน มีทั้งสื่อของรัฐและไม่ใช่สื่อของรัฐ คงต้องแยกแยะให้ออกก่อน ระหว่างการเสนอข่าวสาร และการวิเคราะห์วิจารณ์ เรื่องการใส่อารมณ์หรือสีสันของการให้ข่าว ไม่ควรนำมาสับสน เมื่อลอกเปลือกกระพี้ สีสันของการนำเสนอ จึงค่อยพิจารณาในเนื้อข่าว หาก ไม่ใช่การวิเคราะห์ วิจารณ์ของผู้เสนอข่าว นั่นก็ใช่สิ่งที่เรากำลังดูกัน ประชาชนต้องการข้อมูลทั้งสองด้าน และสื่อเสรีพยายามรักษาสิ่งนี้ สื่อของรัฐ เป็นสื่อที่ถูกกำหนดบทบาทโดยรัฐ หรือถูกควบคุมโดยรัฐ ข่าวสารที่นำเสนอนั้น ย่อมขึ้นกับนโยบาย และความต้องการสื่อข้อมูลของรัฐ ต่อประชาชน ในขณะที่สื่อที่ไม่ใช่ของรัฐ ถูกกำหนดบทบาทโดยทุน และโดยอุดมการณ์ ข่าวสารที่นำเสนอนั้น ย่อมสะท้อนถึงเป้าหมายและอุดมการณ์ของสื่อนั้น ๆ 
           เมื่อนำมาพิจารณารวมกัน สิ่งที่ขับเคลื่อนทิศทางของสื่อ ก็น่าจะเริ่มที่สื่อของรัฐ หากสื่อของรัฐ มีความเป็นกลางให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน สื่อที่เหลือ ก็จะมีหน้าที่นำข้อมูลสนับสนุน และขยายวงของข่าวสารให้กว้างไกล ภาวะเช่นนี้ ย่อมชี้ถึงความเสรีของสื่อ อย่างมาก เพราะรัฐจะไม่เข้าแทรกแซงสื่อ ภาวะเกื้อกูลต่อกันย่อมทำให้รัฐ สามารถลดบทบาทของสื่อรัฐลง ให้สื่ออื่นทำงานแทน เป็นสภาวะที่ห่างไกลกับความจริงที่สื่อปัจจุบันจะฝันถึง หากสื่อของรัฐ มีการให้ข่าวสารไม่ครบถ้วน ให้ข่าวสารไปในทิศทางที่ไม่เป็นกลาง ข้อมูลที่ขาดหาย จะถูกเติมเต็มโดยสื่ออื่นที่พยายามรักษาหลักการสองข้อนั้นไว้ ความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นได้ หากรัฐไม่อาจทำใจได้ กับข้อโต้แย้งของสื่ออื่น ยิ่งหาก รัฐ พยายามที่จะบังคับ ควบคุม สื่ออื่นที่ไม่ใช่สื่อของรัฐ จะยิ่งทำให้แรงต้านเพิ่มขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ อาจจะนำไปสู่ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นสูงในวงการสื่อ หรือ นำไปสู่การสยบราบคาบของสื่อเสรีต่อรัฐ หากรัฐสามารถควบคุมสื่อทั้งสิ้นได้ ภาวะความเป็นกลางของสื่อ ในมิติของการนำเสนอ ข่าวสารข้อมูล น่าจะจบสำหรับกรณีแรก 
           นอกจากการเสนอข่าวสารแล้ว สื่อยังนำข่าวสารมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และให้คำวิจารณ์ การเสนอข้อมูลดังนี้ ถือเป็นการเสนอจุดยืนของสื่อนั้นๆ และนิยามความเป็นกลางย่อมต่างไป การวิเคราะห์วิจารณ์ ย่อมใช้เหตุผล ความรู้ และประสพการณ์ของคนๆนั้น ผสมกับข้อมูลที่มี ดังนั้น ข้อสรุปของบทความย่อมสนับสนุน หรือขัดแย้ง กับทางใดทางหนึ่งอย่างชัดแจ้ง ผู้รับข่าวสาร ย่อมต้องมีการวิจารณญาณในการเสพสื่อ เพื่อให้แยกชัดเจนระหว่าง ข้อมูล และความคิดเห็น เพราะนั่น จะทำให้เราสามารถอธิบาย ความเป็นกลางของสื่อนั้นๆ ได้ หากนำหลักสองข้อเดิมนั้นมาพิจารณา ดูอีกทีว่ายังใช้ได้หรือไม่ หนึ่ง สิ่งที่นำเสนอ ไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อส่วนรวม สอง สิ่งที่นำเสนอ เป็นเรื่องที่จริงเสนออย่างครบถ้วน เมื่อเพิ่มการวิเคราะห์วิจารณ์เข้าในข้อมูล ความรับผิดชอบเต็มย่อมอยู่ที่คนเสนอ 
           ดังนั้น หากผู้เสนอยังรักษาหลักข้อหนึ่งไว้ โดยมุ่งมั่นวิเคราะห์วิจารณ์ เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของตนหรือพวกพ้อง นั่นย่อมบรรลุจุดมุ่งหมายข้อที่หนึ่ง เมื่อเลือกที่จะวิจารณ์แล้ว หากผู้วิจารณ์ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่อย่างเป็นกลาง ทั้ง ในการหาข้อมูล ในการวิเคราะห์ ในการนำเสนอ หลักข้อสองย่อม บรรลุได้ (อย่าลืมว่า กลางไม่ใช่หมายถึงไม่ตัดสิน หรือ ประนีประนอมจนสุดชีวิต) แต่การตัดสิน ในหลักสองข้อนั้น เป็นไปได้ยาก สำหรับกรณีนี้ ซึ่งเห็นได้ชัดมากกว่าในกรณีแรกที่นำเสนอแต่ข้อมูลอย่างเดียว เพราะคนย่อมมีอคติ ประสพการณ์ที่แตกต่าง ความเห็นที่แตกต่าง จุดยืนที่แตกต่าง เราไม่อาจตัดสินว่า ใครผิดใครถูก แต่เราสามารถโต้แย้งในความคิดว่าผิดถูกได้ สภาวะเช่นนี้ ย่อมนำไปสู่การโต้แย้งที่เพิ่มขึ้น การวิจารณ์ที่มากขึ้น ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น สภาวะเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เลวร้ายหรือไม่ ? คำตอบคือ ไม่ ตราบใดที่เรา ไม่เอาความผิดถูกของคน แต่ความผิดถูกของข้อมูลความคิดเห็นมาโต้แย้งกัน นี่คือสภาวะของการร่วมกันคิด ร่วมกันวิจารณ์ เพื่อให้ได้ข้อสรุป หรือเป็นสภาวะที่ให้ได้รับข้อมูลสูงสุด เพื่อยังผลให้การตัดสินใจเลือก เป็นไปอย่างมีเหตุผล ความเป็นกลางจะเริ่ม ถูกบิดเบือน เมื่อเรานำอัตตาเข้ามาในข้อโต้แย้ง เราเริ่ม วิจารณ์ตัวบุคคล มากกว่าวิจารณ์การกระทำอย่างสร้างสรรค์ เราเริ่ม วิจารณ์ตัวบุคคล มากกว่าวิจารณ์ความคิดอย่างสร้างสรรค์ นั่นคือเราเริ่มใช้อารมณ์ มากกว่าใช้เหตุผล ไม่ต่างอะไรกับตัวอิจฉาด่ากันกับนางเองอย่างเผ็ดร้อน ในนิยายน้ำเน่า

           __oknation2.net

            ผู้รับสื่อนับว่าเป็นส่วนที่สำคัญยิ่ง ของการสื่อสาร ดังนั้นผู้รับสื่อต้องรู้และเข้าใจว่ากำลังเสพข้อมูลหรือความคิดเห็น ความเป็นกลางของการวิเคราะห์ วิจารณ์ คือต้องถอดตัวตนออกเสียก่อน (คือไม่ใช้อารมณ์ ไม่ได้หมายความว่า ไร้จุดยืน) เมื่อไร้ตัวตน ความเป็นกลางย่อมเด่นชัด ข้อสรุปที่ได้มาย่อมปราศจากอคติ แม้ผลสรุปนั้น จะสนับสนุน หรือ ขัดแย้ง กับความคิดใครก็ตาม . . . 
แหล่งที่มา :ความคิดเห็นของกลุ่ม 12 รวมกับ http://radio.mcot.net/fm965/__viewboard.php?Qid=853&Qroom=0

ระบบค้นหาข้อมูล

เมนูลัด


ผู้ให้การสนับสนุน
kulogo   01_MICT  02_EDU  03_UNESCO  04_SSS  05_SSY  06_ThaiPBS  07_STOU  08_CCDKM