Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

greenbar_998x20

หน้าหลัก สะท้อนสื่อ สื่อกระจายเสียง วิทยุ โฆษณา กทช.ฟันแหลกวิทยุชุมชน-เคเบิ้ลทีวีเถื่อน

greenbar_998x20

กทช.ฟันแหลกวิทยุชุมชน-เคเบิ้ลทีวีเถื่อน

_-_Google_

กทช. ผนึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระดมพลทลายวิทยุชุมชน ทีวีชุมชน และเคเบิ้ลทีวีเถื่อน หลังยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ขณะที่เชือดภาคใต้แล้วกว่า 10 ราย ย้ำโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ... 

            เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ รองเลขาธิการ รักษาการเลาขาธิการ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า วานนี้ (29 ก.ค.) กทช. ร่วมมือกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจค้น และจับกุมสถานีวิทยุชุมชนและเคเบิ้ลทีวีที่กระทำผิดกฎหมาย ตามที่กทช.สามารถดำเนินการได้ตามพรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 4 แห่ง ได้แก่ เอโอแชนแนล ซีเอสทีวี เอ็นทีวี และสุราษฎร์แชนแนล รวมทั้ง เข้าจับกุมวิทยุชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทั้งสองจังหวัดรวมอีก 10 แห่ง แบ่งเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช 8 สถานี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 สถานี โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย
            รักษาการเลาขาธิการ กทช. กล่าวต่อว่า กทช.ในฐานะผู้รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ในการกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุ โทรทัศน์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในระหว่างที่ยังไม่มีการจัดตั้ง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ กสช. ดังนั้น กทช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เพื่อช่วยในการทำ หน้าที่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนและกิจการที่ไม่ใช้คลื่น ความถี่(เคเบิ้ลทีวี)
            “ที่ผ่านมามีสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ที่ยังเปิดดำเนินการโดยเครื่องส่งและอุปกรณ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พรบ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ไม่ ยอมให้ความร่วมมือกับการดำเนินการต่างๆ และได้ใช้สื่อของตนสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชน โดยนำสื่อของตนไปดำเนินการที่มีจุดมุ่งหมายทางการเมือง หรือแสวงหากำไร” นายฐากร กล่าว
             รักษาการเลาขาธิการ กทช. กล่าวอีกว่า สาเหตุที่กทช. เพิ่งดำเนินการจริงจังในช่วงเดือน ส.ค.2553 เพราะได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการวิทยุชุมชนที่มาลงทะเบียนว่า การปฏิบัติระหว่างวิทยุชุมชนที่มาลงทะเบียน และวิทยุชุมชนที่ไม่มาลงทะเบียน ไม่มีความแตกต่างกัน และได้รับการร้องเรียนว่าไม่มีการจับกุมวิทยุชุมชนที่ทำผิดกฎหมาย ขณะที่ กทช.ได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองปราบ ภูธรภาค 8 รวมถึงรองรับการยกเลิก พรก.ฉุกเฉินด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ กทช. จะมีอำนาจดำเนินการกับเรื่องดังกล่าวเต็มที่ หลังจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน 
นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า ขณะนี้ มีจำนวนสถานีวิทยุชุมชนที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี รวม 16 สถานี แบ่งเป็น ภาคเหนือ 4สถานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) 2 สถานี ภาคกลาง 10 สถานี ส่วนภาคใต้ดำเนินการแล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการกับภาคใต้ก่อน ไม่ใช่การเชือดไก่ให้ลิงดู แต่เป็นกระบวนการที่ทำเมื่อพบความผิด และมีการรายงานที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ภาคใต้มีจำนวนสถานีที่ลงเบียนและมีสิทธิ์ทดลองออกอากาศจำนวนน้อยที่สุด 
             รองเลขาธิการ กทช. กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีจำนวนสถานีวิทยุชุมชนและผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวีที่เข้าสู่ระบบการดำเนินการของกทช. แล้วกว่า 8 พันแห่ง แบ่งเป็นวิทยุชุมชนที่ลงทะเบียนและมีสิทธิ์ทดลองออกอากาศรวม 6,629 สถานี และยังมีอีก 1,080 สถานีที่ไม่ได้รับอนุญาตแต่ยังเปิดดำเนินการ ขณะเดียวกัน ก็มีวิทยุชุมชนอีก 84 สถานีที่อยู่ระหว่างไต่สวน เพราะมีผู้ร้องเรียนมาทางกทช.ว่ามีการนำเสนอรายการแบบปลุกระดม ส่วนทีวีชุมชนได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามา 10 กว่าสถานีนั้น เมื่อได้รับร้องเรียนมาถือว่าผิดกฎหมายหมด เนื่องจากกทช.ไม่มีอำนาจให้อนุญาต ส่วนเคเบิ้ลทีวีมายื่นขอใบอนุญาต 767 ราย โดยกทช.ให้ใบอนุญาตไปแล้ว 44 ราย สำหรับบทลงโทษผู้ที่ทำผิดตามกฎหมายวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 คือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ระบบค้นหาข้อมูล

เมนูลัด


ผู้ให้การสนับสนุน
kulogo   01_MICT  02_EDU  03_UNESCO  04_SSS  05_SSY  06_ThaiPBS  07_STOU  08_CCDKM