Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

greenbar_998x20

หน้าหลัก สะท้อนสื่อ สื่อใหม่ อินเทอร์เน็ต/สื่อออนไลน์ "สื่อออนไลน์"มาแรงคนไทยใช้เวลา..แซงสื่อเดิม

greenbar_998x20

"สื่อออนไลน์"มาแรงคนไทยใช้เวลา..แซงสื่อเดิม

"สื่อออนไลน์"มาแรงคนไทยใช้เวลา..แซงสื่อเดิม

โดย : แสงวิทย์ เกวลีวงศ์ศธร อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (Th) วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554

23-11-5420005

 

การพัฒนาที่รวดเร็ว ของเทคโนโลยี ทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและจุดเชื่อมต่อไวไฟที่เพิ่มจำนวนขึ้น อีกทั้งกระแสความนิยมของสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต

       ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนการใช้สื่อเพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลของไทยอย่างเต็มตัว ด้วยการที่ผู้บริโภคในปัจจุบันใช้เวลาบนสื่อใหม่ผ่านอินเทอร์เน็ตมากกว่าสื่อเดิมแล้ว เมื่อเปรียบเทียบรายสื่อทั้งโทรทัศน์ วิทยุหรือสิ่งพิมพ์

       จากรายงาน การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยของบริษัทวิจัย "นีลเส็น" ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า ปัจจุบันผู้บริโภคไทยใช้เวลาบนสื่ออินเทอร์เน็ตมากกว่าสื่ออื่นโดยเฉลี่ย 17 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ 72% ของผู้บริโภคมีลักษณะการเข้าถึงสื่อที่หลากหลายหรืออาจเรียกว่า Multi-tasking ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และอินเทอร์เน็ต โดยพบว่าจำนวนผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมการเข้าถึงสื่อแบบ Multi-tasking เป็นประจำทุกวันเช่นนี้ถึง 49%

       นอกจากนี้ ยังพบว่าปัจจุบันตลาดโทรศัพท์มือถือเริ่มอิ่มตัว ประชากรไทยเพียง 7% เท่านั้นที่ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ และราว 77% หรือ 8 ใน 10 ของผู้บริโภคไทยใช้อุปกรณ์แบบพกพาต่างๆ ทั้งสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตเพื่อเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ ปรากฏการณ์นี้น่าจะพอคาดการณ์แนวโน้มของตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตว่าจะได้รับความนิยมสูงขึ้นในปี 2555 โดยจะมีเพียง 22% เท่านั้นที่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟน

       มิ ลานี่ อินเกรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท นีลเส็น ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เอเชียกลางและแอฟริกา กล่าวว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรไทยจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้จำนวนผู้ใช้สื่อดิจิทัลในไทยเพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่การพิจารณาการเปลี่ยนช่องทางการใช้สื่อ เพื่อทำการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนช่องทางการใช้สื่อให้สอดคล้องตามลักษณะ Multi Tasking ของผู้บริโภค อีกทั้งต้องจับตาพฤติกรรมการเข้าถึงแพลตฟอร์มสื่อที่หลากหลายของผู้บริโภค ซึ่งพบว่าปัจจุบันการรับสารจากโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตพร้อมๆ กันมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


"สมาร์ทโฟน" จุดเปลี่ยนดิจิทัล

       นอกจากการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้สมาร์ทโฟนใน 1 ปีข้างหน้าแล้ว โทรทัศน์สามมิติ และแทบเล็ตจะมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น โดยพบว่า 42% ของผู้บริโภคมีแผนซื้อโทรทัศน์สามมิติในปีหน้า ขณะเดียวกัน 41% กำลังพิจารณาซื้อแทบเล็ต ทั้งนี้ ยังคาดการณ์ว่าประชากรบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันพบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊คในไทยจำนวน 56% ยังคงแอคทีฟอยู่ และ 85% มีการสร้างสัมพันธ์กับแบรนด์และองค์กรต่างๆ ด้วยโซเชียลมีเดีย ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊คมีการรับข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับแบรนด์สินค้าและบริการผ่านโซเชียลมีเดีย 90% นอกจากนี้ราว 78% มีการวิพากษ์วิจารณ์แบรนด์สินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย

       "โซ เชียลมีเดียแพลตฟอร์ม ได้สร้างโอกาสอย่างมากในการสร้างสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค นอกจากนี้ โซเชียลมีเดียกำลังเพิ่มความสำคัญของตัวเองขึ้นจนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ สำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชาวไทย"  อินเกรย์ กล่าว

       ขณะที่โซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคย และสะดวกในการหาข้อมูลของผู้บริโภค อีกทั้งระดับการมีส่วนร่วมต่อแบรนด์ของผู้บริโภคกำลังเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันอัตราการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ทางฟอรัมเว็บไซต์ของผู้บริโภคอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือนจะส่งผลต่อการตัดสันใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าโลกออนไลน์กำลังส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อบนโลกออฟไลน์มากขึ้น

 

"ไทย" ยังตอบสนองต่ำต่อโฆษณาออนไลน์

       อย่างไรก็ตาม สัดส่วนงบการตลาดออนไลน์ของไทยและของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่งบการตลาดออนไลน์มีสัดส่วนสูงถึง 50% ขณะที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ คือสิงคโปร์ มีสัดส่วนที่ 6.9% ของงบโฆษณาทั้งหมด ส่วนไทยและมาเลเซียมีสัดส่วนไม่ถึง 1%

       นอกจากนี้เมื่อวัดทัศนคติ ของผู้บริโภคต่อโฆษณาออนไลน์ในแต่ละประเทศแล้ว พบว่า ผู้บริโภคไทยมีทัศนคติด้านบวกต่อโฆษณาออนไลน์น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับผู้คนประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบว่า 21% ของผู้บริโภคให้ความสนใจต่อโฆษณา แม้เนื้อสารจะไม่เกี่ยวข้องกับความสนใจ ในขณะที่ผู้บริโภคเวียดนามให้ความสนใจต่อโฆษณาถึง 75% นอกจากนี้มีเพียง 19% ของผู้บริโภคไทยเท่านั้นที่คิดว่าโฆษณาบนเว็บไซต์เป็นประโยชน์ ในขณะที่ผู้บริโภคเวียดนามคิดว่าโฆษณาบนเว็บไซต์เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาถึง 70%


 


ที่มา : www.mediamonitor.com สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2554

จาก http://www.mediamonitor.in.th/main/news/2011-06-21-07-29-43/381-qq.html

Written by nopparat Wednesday, 23 November 2011 11:45

ระบบค้นหาข้อมูล

เมนูลัด


ผู้ให้การสนับสนุน
kulogo   01_MICT  02_EDU  03_UNESCO  04_SSS  05_SSY  06_ThaiPBS  07_STOU  08_CCDKM