Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

greenbar_998x20

หน้าหลัก สะท้อนสื่อ สื่อใหม่ อินเทอร์เน็ต/สื่อออนไลน์ บทบาทที่ไม่ธรรมดาของ 'เทคโนโลยีสารสนเทศ' ในช่วงน้ำท่วม

greenbar_998x20

บทบาทที่ไม่ธรรมดาของ 'เทคโนโลยีสารสนเทศ' ในช่วงน้ำท่วม

บทบาทที่ไม่ธรรมดาของ 'เทคโนโลยีสารสนเทศ' ในช่วงน้ำท่วม

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 17/11/2554

 

fb1

 

โดย มาร์ค Blognone

       ผมขอเปิดคอลัมน์ตอนแรกด้วยเรื่องทันเหตุการณ์อย่าง “น้ำท่วม 2554” แต่จะพูดถึงในมิติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงอย่างเดียวนะครับ        แวดวงไอทีในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงหลายประการ แต่เทคโนโลยีสำคัญที่เริ่มมีบทบาทอย่างมากมี 2 อย่างคือ เครือข่ายสังคม (social network) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เน็ตทุกคน “ส่งเสียง” ของตัวเองออกมาได้ จากเดิมที่เคยรับบทเป็นแค่ “ผู้อ่าน” อย่างเดียว และเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน-เครือข่ายไร้สายอย่าง 3G ที่ทำให้คนที่มีโทรศัพท์ติดตัว สามารถส่งข้อมูล รูปถ่าย วิดีโอ จากพื้นที่จริงออกมาสู่โลกได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องรอกลับบ้านไปเปิดคอมพิวเตอร์ให้ลำบากอีกทอดหนึ่ง
       เทคโนโลยีสองอย่างนี้ทำให้รูปแบบของ “สื่อ” เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในอดีตเวลาที่โลกมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ อย่าง สงครามอ่าวเปอร์เซีย หรือ เหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547 เรามีทางเลือกในการเสพข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศเพียงทางเดียวคือสื่อกระแสหลักอย่างหนังสือพิมพ์และทีวี ซึ่งสื่อเหล่านี้มีทรัพยากร กำลังคน เทคโนโลยีมากพอจนลงพื้นที่ไปทำข่าวได้ ซึ่งก็มีข้อเสียว่าการสื่อสารอาจล่าช้า (ในกรณีของหนังสือพิมพ์) และเป็นมุมมองทางเดียวมากเกินไป (อย่างสงครามอ่าวเปอร์เซียที่ทำข่าวโดย CNN ย่อมต้องเข้าข้างสหรัฐอยู่แล้ว)

 

tw1

 

       แต่ช่วง 4-5 ปีหลัง ลองสังเกตดูนะครับว่า เวลามีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นในโลก วิธีการบริโภคข้อมูลข่าวสารของคนทั่วโลกเปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ประท้วงในตะวันออกกลาง-แอฟริกา ที่ใช้ภาพจากกล้องมือถือโพสต์ผ่านเครือข่ายสังคมอย่างเข้มข้น เหตุการณ์ความไม่สงบของไทยในปี 2553 เหตุการณ์แผ่นดินไหวญี่ปุ่นเมื่อต้นปีนี้ และล่าสุดกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ สื่อทางเลือกเหล่านี้มีบทบาทอย่างมากในการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เคยมีสื่อ กระแสหลักทำได้มาก่อน เราเห็นการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมจากประชาชนผู้อาศัยในพื้นที่กันอย่างกว้างขวาง

 

smp1

 

       สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งในน้ำท่วมรอบนี้คือ “แหล่งที่มาของข้อมูล” บนอินเทอร์เน็ตที่มาจากทั้งภาครัฐและเอกชน เราสามารถนั่งดูระดับน้ำในคลอง ระดับน้ำบนผิวถนน กล้องวงจรปิดของจุดที่น้ำท่วม สถานการณ์ของการผลิตน้ำประปา ฯลฯ ได้จากเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ ในขณะเดียวกันก็มีผู้ใช้เครือข่ายสังคมต่างๆ ถ่ายภาพ รายงานข้อมูลน้ำท่วมจากพื้นที่ที่ตัวเองอยู่อาศัย เผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก รวมถึงเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง Pantip.com ด้านสื่อมวลชนเองก็ปรับตัว ปรับหน้าเว็บของตัวเองให้แสดงข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างครบครัน

 

bkk1

 

       นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมเมอร์จำนวนมากสร้าง “แอพมือถือ” สารพัดชนิดบนมือถือสารพัดรุ่น ทำหน้าที่ดึง “ข้อมูลดิบ” ที่มาจากรัฐ-เครือข่ายสังคมต่างๆ แล้วเอามาแสดงบนหน้าจอมือถือเพื่อให้คนในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ได้สะดวก ไม่ต้องกลับบ้านมาเปิดคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะไม่ทันการณ์ น้ำอาจท่วมบ้านไปก่อนแล้วก็ได้

       โดยสรุปแล้ว น้ำท่วมครั้งนี้เราได้เห็น “ความพร้อม” ของการรายงานข้อมูลข่าวสารผ่านโลกออนไลน์ ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศแบบใหม่ๆ ชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ปรากฏการณ์นี้ย่อมช่วยให้การเตือนภัย อพยพ กู้ภัย ส่งความช่วยเหลือ ทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะไม่ต้องพึ่งพาสื่อกระแสหลัก-ช่องทางของรัฐเพียงอย่างเดียว

 

fld1

 

       อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็มาพร้อมกับ “ความสับสน” ในข้อมูลเท็จ และภาวะข้อมูลไหลท่วม (information overload) ก่อนที่น้ำจะท่วมถึงบ้านของผู้เสพข้อมูลเสียอีก ซึ่งในเบื้องต้นคงไม่มีทางแก้อื่นใดนอกจาก “วิจารณญาณ” ของผู้รับข้อมูลเอง ที่จะต้องเช็คข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อตรวจทานอีกรอบหนึ่ง ก่อนปักใจเชื่อในข้อมูลเหล่านั้น

       ในอนาคตผมจะเขียนถึง “ภาวะข้อมูลไหลท่วม” อีกครั้งเมื่อมีโอกาส แต่รอบนี้ก็ขอจบบทความด้วยคำอวยพรให้ทุกท่านเอาตัวรอดจากน้ำท่วมกันได้สำเร็จครับ


สืบค้นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2554 จาก http://www.mediamonitor.in.th/main/knowledge/2011-06-21-07-08-27/369-2011-11-17-07-08-46.html

ระบบค้นหาข้อมูล

เมนูลัด


ผู้ให้การสนับสนุน
kulogo   01_MICT  02_EDU  03_UNESCO  04_SSS  05_SSY  06_ThaiPBS  07_STOU  08_CCDKM